ทั้งสองประเทศยังมี ทัศนคติที่ดีต่อกัน ไม่เคยมีความบาดหมางทางประวัติศาสตร์และเป็น พันธมิตรในเรื่องต่างๆ มีการหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่าง ทั้งสองประเทศในด้านต่างๆ
- การทหาร
- การค้า
- การลงทุน
- การประมง
- แรงงาน
- การท่องเที่ยว
- วัฒนธรรม
โดยไทยประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวให้บรูไนให้ความสำคัญกับการลงทุนในอุตสาหกรรม อาหารฮาลาล และร่วมมือกันจัดตั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยขึ้น เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2546 มีการจัดตั้งกองทุนร่วม (Matching Fund) “กองทุนไทยทวีทุน” ระหว่าง Brunei Investment Agency กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ มีบริษัทไทยที่ลงทุนในบรูไน คือ บริษัท Brunei Construction ซึ่ง เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ถือหุ้นระหว่างชาวไทยกับชาวบรูไนตาม กฎหมายบรูไนที่กำหนดการทำกิจการต่างๆ จะต้องมีชาวบรูไนเป็นหุ้น ส่วนอยู่ด้วยสำหรับธุรกิจไทยในบรูไน ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของร้าน อาหาร ร้านตัดเสื้อ และอู่ซ่อมรถ ระบบบริหารราชการของเนการา บรูไน ดารุสซาลาม
ปัจจุบันมีแรงงานไทยในบรูไนมีประมาณ 8,000 คน (พ.ศ. 2550) โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ ทำงานในกิจการก่อสร้างอุตสาหกรรม ตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก นอกนั้นทำงานในภาคธุรกิจ บริการ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร การตกแต่งดูแลสวน ช่างซ่อม และงานในภาคเกษตรกรรมแรงงานไทยส่วนใหญ่ได้รับการยอมรับอย่าง ดีจากนักธุรกิจในบรูไน เพราะมีความซื่อสัตย์อดทน ขยัน หมั่นเพียร และมีความรับผิดชอบ แม้จะด้อยในเรื่องภาษา อย่างไรก็ดียังมีปัญหาอยู่ บ้าง โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างอาทิ อัตราค่าจ้างที่ไม่สอดคล้องกับความสามารถในการทำงาน และการขาด ความรู้และความเข้าใจต่อกฎระเบียบข้อบังคับของสัญญาจ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น