วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์
            บรูไนมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 มีหลักฐาน ปัจจุบันเป็นอาณาจักรโปนิในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึงคริสต์ ศตวรรษที่ 16 โดยบรูไนเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญบนเกาะบอร์เนียว อยู่บนเส้นทางการค้าจากประเทศจีนผ่านโมลุกกะหรือหมู่เกาะเครื่องเทศ ไปสู่ประเทศตะวันตก สินค้าส่งออกที่สำคัญในสมัยนั้น ได้แก่การบูร พริกไทย และทองคำ
            หลังจากนั้นบรูไนเสียดินแดนและเสื่อมอำนาจลง เนื่องจากสเปนและ ฮอลันดาได้แผ่อำนาจเข้ามา บรูไนได้ยินยอม เป็นรัฐในอารักขาของประเทศอังกฤษและลงนามในสนธิสัญญายินยอมเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษอย่างเต็ม รูปแบบในปีพ.ศ. 2472


             ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของบรูไนเริ่มจากการสำรวจแหล่งนำ้มันและ ก๊าซธรรมชาติในปีพ.ศ.2472 ทรัพยากรธรรมชาตินี้ได้เปลี่ยนเศรษฐกิจ ของประเทศจากการค้าพริกไทยและการบูรมาเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมัน ปิโตรเลียม แม้จะประสบปัญหาการค้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ เมื่อสงครามยุติเศรษฐกิจก็กลับฟื้นคืนมาได้

ลักษณะประชากร


ลักษณะประชากร


                ประเทศบรูไนมีประชากร 415,717คน อัตราการเพิ่มของประชากร ร้อยละ 3.5 ต่อปีชนพื้นเมืองในประเทศบรูไน 7 ชนเผ่า ประกอบด้วย เผ่ามลายูบรูไน ดูซุน เบอไลต์ตูตง บีซายา มูรุต และเกอดายัน แต่เพื่อ ความเป็นเอกภาพในด้านการเมืองการปกครองโดยภาพรวมทั้ง 7 ชนเผ่า ใช้ชื่อเรียกว่า มลายูหรือมาเลย์ ศาสนาประจำชาติของบรูไน คือ ศาสนาอิสลาม






เศรษฐกิจ

ข้อมูลเศรษฐกิจ

     - เศรษฐกิจโดยรวมของบรูไนเกิดจากอุตสาหกรรม ที่ทำรายได้มาก
           - น้ำมันปิโตรเลียม
           - ก๊าซธรรมชาติ
           - ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นๆ
     - โดยการจัดตั้งกระทรวงพลังงานขึ้นใหม่
     - สินค้าส่งออก บรูไนจัดอยู่ในประเทศที่ร่ำรวยเป็นผู้ส่งออกนำ้มันติด อันดับ 3 ของโลก สินค้าส่งออก             - น้ำมันดิบ
            - ปิโตรเลียม
            - ก๊าซธรรมชาติเมทิลแอลกอฮอล์
     - ด้านการค้ากับไทย
          -  นำเข้าจากไทย
                - ข้าว
                - น้ำตาล
                - หม้อแปลงไฟฟ้าและ
                - ส่วนประกอบ ปูนซีเมนต์
                - ผลิตภัณฑ์เซรามิกผลิตภัณฑ์ยางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ                          
           - สินค้านำเข้าจากบรูไน ได้แก่
                - น้ำมันดิบ
                - สินค้าเหล็ก
                - เหล็กกล้า
                - ผลิตภัณฑ์
     












ข้อมูลการปกครอง

ข้อมูลการเมืองการปกครอง
     
           ประเทศบรูไนในอดีตเป็นเพียงแค่รัฐเล็กๆ ที่มีอิสระในการปกครอง ตนเองแต่เพื่อความอยู่รอด บรูไนต้องยอมอยู่ใต้การอารักขาของอังกฤษ จนสามารถสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
 ปัจจุบันประเทศบรูไนยังคงเป็นประเทศที่มีการปกครองแบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเป็นประเทศเดียวในประชาคมอาเซียนที่ ปกครองด้วยระบบสุลต่าน โดยองค์สุลต่าน  จะมีอำนาจเด็ด ขาดเพียงผู้เดียว มีฐานะเป็นสมเด็จพระราชาธิบด  และเป็นประมุขสูงสุดของประเทศ
        การปกครองของประเทศบรูไนเป็นการปกครองในรูปแบบรัฐเดี่ยว แต่เป็นรัฐเดี่ยวแบบรวมศูนย์อำนาจ  ในด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน บรูไนไม่มีการกระจายอำนาจทางการเมืองไปยังหน่วย การปกครองในระดับล่าง การบริหารราชการแผ่นดินจึงเป็นการสั่งการ ตามสายบังคับบัญชา หรือเป็นลำดับชั้นจากสุลต ่านและสมเด็จพระ ราชาธิบดีลงมาที่กระทรวง
        บรูไนจึงแยกโครงสร้าง การปกครองได้ดังนี้
1. เขตการปกครอง เป็นหน่วยงานการปกครองระดับล่างจากกระทรวงแบ่ง เป็น 4 เขตการปกครอง ประกอบด้วย เขตการปกครองบรูไน-มูอารา เบอไลต์  เต็มบูรงและตูตง
 2. เทศบาล  อยู่ในระดับชั้นเดียวกับเขตการปกครอง  เป็น หน่วยการปกครองท้องถิ่นที่เป็นเมืองหรือชุมชนเมืองการบริหารงานขึ้น ต่อกระทรวงมหาดไทย
3. ตำบล เป็นหน่วยการปกครองระดับล่างต่อจากเขตการปกครอง มีกำนันใน
4. หมู่บ้าน  เป็นหน่วยการปกครองระดับล่างสุด
     












     

สังคมและวัฒนธรรม


 ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม

                 สภาพสังคมของบรูไน ยังมีลักษณะพื้นฐานที่ยึดหลักครอบครัว ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างสงบเรียบง่ายศาสนาอิสลามมีบทบาทมาก ในการกําหนดพฤติกรรมทางสังคม สภาพการปกครองเป็นระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่มีการจัดระเบียบสังคมตามข้อบัญญัติของ ศาสนามุสลิมและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและภาษาที่ใช้กันในบรูไนมี ภาษามาเลย์อังกฤษ และจีน สำหรับชนพื้นเมืองมีภาษาเป็นของตนเอง ในโลกวัฒนธรรมบรูไนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตน เรียกว่า โลกมลายู



  • วัฒนธรรมบรูไนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย มากจึงการแต่งกายที่คล้ายคลึงกัน สุภาพบุรุษ จะแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่ง โสร่ง เรียกว่า บาจูมลายู(Baju Melayu) ส่วนชุดของสุภาพสตรีเรียกว่า   บาจูกุรุง (Baju Kurung) จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส โดย มากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าสะท้อน วัฒนธรรมและสังคมแบบอนุรักษ์นิยม



ระบบสาธารณูปโภค

 โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค

  • เนื่องจากประเทศบรูไนเป็นประเทศที่ร่ำรวย จึงมีการพัฒนาระบบ การขนส่งที่ดีชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวในประเทศบรูไนมีตัวเลือกใน การใช้บริการได้หลายทาง อันได้แก่ 

  • การคมนาคมทางบก ประเทศบรูไนมีทางหลวงสายหลักสายเดียวคือ Muara–Jerudong– Tutong มีความยาวประมาณ 1,712 กิโลเมตร การให้บริการรถเช่าใน ประเทศบรูไนมีราคาที่เหมาะสม รถเช่าเป็นบริการการขนส่งที่ดีที่สุดใน ประเทศบรูไน เนื่องจากมีราคาที่ไม่สูงสะดวกและสามารถใช้บริการได้ ตลอดเวลา

  • การคมนาคมทางอากาศ การขนส่งทางอากาศเชิงพาณิชย์ในบรูไนเริ่มขึ้นในปีพ.ศ. 2496 (ค.ศ1953) และสร้างสนามบินใหม่ในเมือง Mukim Berakas และเปิด ใช้งานในปีพ.ศ.2517(ค.ศ.1974) ปัจจุบันประเทศบรูไนมีสายการบิน พาณิชย์คือ สายการบินรอยัลบรูไน ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติบรูไน ก่อตั้งเมื่อวันที่18 พฤศจิกายน พ.ศ.2517(ค.ศ.1974) โดยบริษัทเอกชน จะเป็นผู้ถือหุ้นเองทั้งหมด สายการบินรอยัลบรูไน มีเที่ยวบินตรงจากการคมนาคมทางอากาศ การขนส่งทางอากาศเชิงพาณิชย์ในบรูไนเริ่มขึ้นในปีพ.ศ. 2496 (ค.ศ1953) และสร้างสนามบินใหม่ในเมือง Mukim Berakas และเปิด ใช้งานในปีพ.ศ.2517(ค.ศ.1974) ปัจจุบันประเทศบรูไนมีสายการบิน พาณิชย์คือ สายการบินรอยัลบรูไน ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติบรูไน ก่อตั้งเมื่อวันที่18 พฤศจิกายน พ.ศ.2517(ค.ศ.1974) โดยบริษัทเอกชน จะเป็นผู้ถือหุ้นเองทั้งหมด สายการบินรอยัลบรูไน มีเที่ยวบินตรงจาก



  • การคมนาคมทางน้ำ ประเทศบรูไนมีท่าเรือที่ขนถ่ายสินค้าอยู่ทั้งหมด6แห่ง โดยแบ่งเป็น ของภาครัฐ 3 แห่ง และภาคเอกชน 3 แห่ง ท่าเรือทั้ง 3 ท่าที่เป็นของ รัฐบาลบรูไน ได้แก่




    1.  ท่าเรือมัวรา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากเมืองหลวง 27 กิโลเมตร เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีความลึก 10 เมตร กว้าง 611 เมตร สามารถนำเรือขนาดใหญ่เข้าเทียบท่าได้ 
    2. ท่าเรือบันดาร์เสรีเบกาวัน เป็นท่าเรือเก่าแก่ ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รับเฉพาะเรือที่มี ความยาวไม่เกิน 30 เมตร และมีความลึกไม่เกิน 5 เมตร
    3. ท่าเรือกัวลาบือเลต ตั้งอยู่ที่แม่น้ำบือเลต รับเฉพาะเรือที่มีความยาว 60 เมตร เพราะ ท่าเรือยาว61เมตรโดยมากเรือที่เข้าเทียบท่ามักจะเป็นเรือจากประเทศ เพื่อนบ้าน ส่วนท่าเรือเอกชนของบรูไนอีก3แห่ง ได้แก่ ท่าเรือซีเรีย ท่าเรือลูมูต และท่าเรือตันหยงลีรัง โดยท่าเรือเอกชนสองแห่งแรกมีบริษัทเชลล์บรูไน เป็นผู้ดูแล ใช้ในการขนส่งสินค้าประเภทแก๊สธรรมชาติและน้ำมัน ส่วนท่าเรือตันหยงลีรังเป็นท่าเรือเพื่อใช้ในการส่งออกไม้ซุง
  • ระบบไฟฟ้า หน่วยงานที่ดูแลกิจการไฟฟ้าของประเทศบรูไนชื่อว่าแผนกบริการ ไฟฟ้า (Department of Electrical Services-DES) เป็นหน่วยงานที่ อยู ่ภายใต้กระทรวงพลังงาน ดูแลตั้งแต ่ระบบผลิต ระบบส่ง ระบบ จำหน่ายจนถึงลูกค้า ในลักษณะคล้ายกับการไฟฟ้าโดยทั่วไปในอาเซียน ก่อตั้งมาแล้ว 92 ปีเริ่มต้นด้วยการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาด 22กิโลวัตต์สำหรับการจ่ายไฟครั้งแรกและกระแสไฟฟ้าบรูไนในปัจจุบัน คือ 240 โวลต์ 


  • ระบบโทรคมนาคม ประเทศบรูไนมีฝ่ายดูแลงานด้านโทรคมนาคม(Telecoms) ที่รับ ผิดชอบทั้งระบบการทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในประเทศและระหว่าง ประเทศ ระบบโทรคมนาคมในที่นี้รวมถึงโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์ระหว่าง ประเทศ โทรสาร เทเล็กซ์ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เซลลูลาร์ เพจเจอร์ โทรเลข และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์บ้านทั้งหมดในประเทศ บรูไนใช้ระบบโทรศัพท์แบบดิจิตอล


สาธารณสุข

 ระบบสาธารณสุข 
                กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนดนโยบายด้านการสาธารณสุขของ ประเทศบรูไน เพื่อที่จะบริการให้ทั่วถึงแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่แบ่ง ชาติภาษา ศาสนา จึงมีนโยบาย “สุขภาพดีเพื่อทุกคน” (Health for All) โดยเน้นระบบการพัฒนาการตรวจรักษาสุขภาพให้เป็นไปตามความ ต้องการของประชาชนตามไปด้วย


           
                    ประเทศบรูไนนับว่าเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียที่ให้ความสำคัญกับ สวัสดิการด้านสุขภาพแก่
ประชาชน ชาวบรูไนสามารถเข้ารับการรักษา พยาบาลของรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นยังมี
การจัดการการ แพทย์เคลื่อนที่ เพื่อรักษาพยาบาลประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลความ เจริญทุรกันดาร ที่สำคัญอีกอย่างคือในกองทัพบรูไนมีศูนย์พยาบาลเป็น หน่วยงานหนึ่งในกองทัพ และหากผู้ป่วยอยู่ในถิ่นทุรกันดารก็มีหน่วย แพทย์อากาศ การที่รัฐบาลบรูไนเอาใจใส่ดูแล สุขภาพของประชาชนอย่างดียิ่ง